Marketing Funnel: TOFU, MOFU, BOFU คืออะไร วางคอนเทนต์และงบให้ครบทุกขั้น

โดย ทีม AImpress · อัปเดต

Marketing Funnel คือการแบ่งเส้นทางของลูกค้าเป็นขั้น ตั้งแต่ยังไม่รู้จักแบรนด์จนตัดสินใจซื้อ แบบที่ใช้กันแพร่หลายมีสามขั้น คือ TOFU (Top of Funnel), MOFU (Middle of Funnel) และ BOFU (Bottom of Funnel) เมื่อรู้ว่าลูกค้าอยู่ขั้นไหน ก็เลือกข้อความ ช่องทาง และงบให้ตรงกับสิ่งที่เขาต้องการในตอนนั้นได้

TOFU คืออะไร ทำให้คนรู้จักอย่างไร

คนในขั้นนี้ยังไม่รู้จักแบรนด์ และอาจยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีปัญหาที่สินค้าเราแก้ได้ คอนเทนต์ที่เหมาะคือเรื่องที่เขาสนใจอยู่แล้ว เช่น บทความให้ความรู้ วิดีโอสั้นที่สนุกหรือมีประโยชน์ และคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ เป้าหมายคือให้เขาจำแบรนด์ได้ และมีส่วนร่วมพอที่จะดึงกลับมาในขั้นถัดไป

ตัวชี้วัดของขั้นนี้คือการเข้าถึง อัตราการดูวิดีโอ และต้นทุนต่อการเข้าถึง การใช้ยอดขายเป็นตัวชี้วัดหลักของขั้นนี้มักทำให้ตัดสินว่าล้มเหลวเร็วเกินไป เพราะคนส่วนใหญ่ยังไม่พร้อมซื้อตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

MOFU คืออะไร ช่วยให้ตัดสินใจอย่างไร

คนในขั้นนี้รู้ว่ามีปัญหา และกำลังเปรียบเทียบทางเลือก คอนเทนต์ควรตอบคำถามที่เขาใช้ตัดสิน เช่น เปรียบเทียบรุ่น วิธีเลือก รีวิวการใช้งาน กรณีศึกษา หรือการสาธิต ช่องทางที่ทำงานได้ดีคือการค้นหาบน Google คอนเทนต์บนเว็บไซต์ และการรีทาร์เก็ตคนที่เคยดูคอนเทนต์ขั้นแรก

ตัวชี้วัดที่ใช้ได้คือจำนวนคนที่เข้าดูหน้าสินค้า การสมัครรับข่าวสาร การเพิ่มเพื่อน LINE OA หรือการดาวน์โหลดเอกสาร ซึ่งเป็นสัญญาณว่าเขาสนใจมากขึ้น

BOFU คืออะไร ปิดการขายอย่างไร

คนในขั้นนี้พร้อมซื้อแล้ว แต่อาจยังลังเลเรื่องราคา ความเสี่ยง หรือความสะดวก คอนเทนต์ควรขจัดสิ่งที่ขวางการตัดสินใจ เช่น ข้อเสนอที่ชัดเจน การรับประกัน รีวิวที่เจาะจง ขั้นตอนการซื้อที่ง่าย และช่องทางติดต่อที่ตอบเร็ว ตัวชี้วัดคือ Conversion Rate, CPA และ ROAS

ควรแบ่งงบตาม Funnel อย่างไร

ธุรกิจจำนวนมากใส่งบเกือบทั้งหมดไว้ที่ BOFU เพราะเห็นยอดขายชัดที่สุด ช่วงแรกได้ผลดี แต่เมื่อคนในขั้นล่างถูกยิงซ้ำจนหมด ต้นทุนจะเริ่มสูงขึ้น เพราะไม่มีคนใหม่ไหลเข้ามาเติม ในทางกลับกัน การใส่งบ TOFU มากเกินไปโดยไม่มีแคมเปญรองรับในขั้นถัดไป ก็จะได้คนรู้จักแบรนด์โดยไม่มีอะไรพาเขาไปถึงการซื้อ

สัดส่วนที่เหมาะขึ้นกับว่าแบรนด์เป็นที่รู้จักแค่ไหน แบรนด์ใหม่ต้องลงทุนกับ TOFU มากกว่า ส่วนแบรนด์ที่มีฐานลูกค้าและคนเข้าเว็บจำนวนมากแล้วอาจเน้นขั้นกลางและล่างได้มากขึ้น วิธีที่ใช้ได้จริงคือเริ่มจากสัดส่วนที่คิดว่าเหมาะ แล้วดูว่าขั้นไหนกลายเป็นคอขวด เช่น มีคนรู้จักมากแต่มีคนเข้าดูสินค้าน้อย แปลว่าขั้นกลางต้องการคอนเทนต์และงบเพิ่ม

Funnel เป็นเส้นตรงเสมอหรือไม่

ลูกค้าจริงอาจกระโดดข้ามขั้น เช่น เห็นคลิปรีวิวแล้วซื้อทันที หรือวนกลับไปเปรียบเทียบหลายรอบก่อนซื้อ Funnel จึงเป็นเครื่องมือช่วยคิดว่าเรามีคอนเทนต์ครบสำหรับทุกความต้องการหรือยัง การวัดผลควรดูภาพรวมควบคู่กับรายขั้น เพื่อไม่ตัดแคมเปญขั้นบนทิ้งเพียงเพราะมันไม่ได้รับเครดิตยอดขายโดยตรง

AImpress วาง Funnel ให้ครบตั้งแต่การสร้างแบรนด์ คอนเทนต์ ไปจนถึงโฆษณาที่ปิดการขาย เพื่อให้แต่ละขั้นวัดผลได้ด้วยตัวเลขที่เหมาะกับหน้าที่ของมัน ดูรายละเอียดได้ที่บริการ Content Marketing & Graphic Design

คำถามที่พบบ่อย

TOFU คืออะไร ทำให้คนรู้จักอย่างไร

คนในขั้นนี้ยังไม่รู้จักแบรนด์ และอาจยังไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ามีปัญหาที่สินค้าเราแก้ได้ คอนเทนต์ที่เหมาะคือเรื่องที่เขาสนใจอยู่แล้ว เช่น บทความให้ความรู้ วิดีโอสั้นที่สนุกหรือมีประโยชน์ และคอนเทนต์ของครีเอเตอร์ เป้าหมายคือให้เขาจำแบรนด์ได้ และมีส่วนร่วมพอที่จะดึงกลับมาในขั้นถัดไป

MOFU คืออะไร ช่วยให้ตัดสินใจอย่างไร

คนในขั้นนี้รู้ว่ามีปัญหา และกำลังเปรียบเทียบทางเลือก คอนเทนต์ควรตอบคำถามที่เขาใช้ตัดสิน เช่น เปรียบเทียบรุ่น วิธีเลือก รีวิวการใช้งาน กรณีศึกษา หรือการสาธิต ช่องทางที่ทำงานได้ดีคือการค้นหาบน Google คอนเทนต์บนเว็บไซต์ และการรีทาร์เก็ตคนที่เคยดูคอนเทนต์ขั้นแรก

BOFU คืออะไร ปิดการขายอย่างไร

คนในขั้นนี้พร้อมซื้อแล้ว แต่อาจยังลังเลเรื่องราคา ความเสี่ยง หรือความสะดวก คอนเทนต์ควรขจัดสิ่งที่ขวางการตัดสินใจ เช่น ข้อเสนอที่ชัดเจน การรับประกัน รีวิวที่เจาะจง ขั้นตอนการซื้อที่ง่าย และช่องทางติดต่อที่ตอบเร็ว ตัวชี้วัดคือ Conversion Rate, CPA และ ROAS

RELATED SERVICE
Content Marketing & Graphic Design
ดูบริการ →